CH | EN | TH
Cafe and Restuarant

Home Sweet Home : Samannachan Cafe

2019-06-04

สมานฉันท์คาเฟ่ ร้านกาแฟที่เป็นเหมือนจุดนัดพบ และบ้านหลังที่สองของนักศึกษาม.ขอนแก่น





เดิมทีเราคิดว่าคาเฟ่ดีไซน์โดดเด่นในซอยสมานอุทิศนี้ ได้ชื่อ สมานฉันท์ มาจากชื่อซอยอันเป็นที่ตั้ง แต่เมื่อเราได้คุยกับหมวย-ภัทรีดา สิงหเศรษฐกิจ และแมน-ประเสริฐวิทย์ มาพระลับเราก็ได้รู้ว่าแท้จริงแล้วคาเฟ่สีน้ำเงิน-ขาวที่มีการตกแต่งแสนเป็นเอกลักษณ์นั้นได้ชื่อนี้มาเพราะความสัมพันธ์น่ารักๆระหว่างพี่น้องและครอบครัวต่างหาก

“จริงๆร้านนี้มีคนดูแลสามคน คือเราเอง แมนซึ่งเป็นแฟน และอีกคนนึงก็คือน้องสาวของเราเอง ตอนจะตั้งชื่อก็เลยคุยกันว่า เราสามคนน่ะ นานๆทีจะได้มาร่วมมือทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน งั้นก็ใช้ชื่อสมานฉันท์ก็แล้วกัน” หมวยเล่าให้เราฟังทั้งรอยยิ้มถึงจุดเริ่มต้นของการทำร้าน เริ่มจากการได้ข่าวคราวว่ามีร้านกาแฟแห่งหนึ่งใกล้กับมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่กำลังจะปิดสาขาลงไปและให้เปิดให้เช่าพื้นที่ต่อ ประจวบเหมาะกับที่ช่วงเวลานั้น ชมพู่-คัทลียา สิงหเศรษฐกิจ น้องสาวคนเล็กของบ้านกำลังจะเรียนจบปริญญาตรี ด้วยความห่วงใยของครอบครัวที่ไม่อยากให้ลูกสาวต้องไปทำงานไกลบ้าน จึงนำไปสู่การตัดสินใจเซ้งพื้นที่ร้านซึ่งตั้งอยู่ในซอยสมานอุทิศ เปิดร้านกาแฟเป็นกิจการของครอบครัว และยกหน้าท่ีให้ชมพู่ช่วยดูแลอีกแรง



สมานฉันท์คาเฟ่ตกแต่งด้วยบรรยากาศแสนเป็นกันเอง จะสังเกตได้ว่าแทบทุกมุมมีต้นไม้ใหญ่เล็กประดับอยู่ทั่วทั้งร้าน รวมถึงต้นไม้ใหญ่ทางปีกซ้ายของตัวร้านที่มีเรือนกระจกรอบด้านครอบไว้ กลายเป็นมุมเก๋ที่ไม่ว่าใครได้แวะเวียนมาที่สมานฉันท์ จะต้องมาหามุมโพสท่าเก๋ๆ ถ่ายรูปลงอินสตาแกรมกันถ้วนหน้า “จริงๆส่วนที่เป็นเรือนกระจก เจ้าของที่ขอร้องไว้ว่าไม่อยากให้ตัดต้นไม้ใหญ่ เราก็เลยหาวิธีกันว่าจะทำอย่างไร จนสุดท้ายมาลงเอยที่เรือนกระจก” หมวยเล่าโดยมีแมนซึ่งดูจะเป็นผู้ที่ชื่นชอบและเชี่ยวชาญเกี่ยวกับต้นไม้มากเป็นพิเศษอธิบายเสริม “ทีแรกเรากลัวเลยล่ะว่าต้นไม้จะมีปัญหา เพราะเขาต้องอยู่ในห้องแอร์ และวันปกติอากาศร้อนเราก็ต้องปิดม่านลง ไม่สามารถเปิดให้แดดส่องเข้ามาได้ เราก็เลยตัดสินใจว่า รื้อหลังคาออกแผ่นนึงให้เป็นกระจกใส เป็นช่องที่แสงธรรมชาติจะเข้า เพื่อช่วยให้เขาอยู่กับเราให้ได้นานที่สุด”



นอกจากต้นไม้ใหญ่พระเอกของร้านที่ได้รับการปรนนิบัติอย่างดีแล้ว ต้นไม้ใหญ่เล็กต้นอื่นๆที่ถูกนำมาวางในร้านก็มีการสับเปลี่ยนไปเรื่อยๆเช่นกัน โดยแมนใช้บ้านเป็นที่พักฟื้นไม้ประดับเพื่อเลี้ยงดูให้แต่ละต้นแข็งแรง แล้วจึงทยอยขนมาสับเปลี่ยนวางประดับภายในร้าน เช่นเดียวกันกับที่หมวยซึ่งรับหน้าที่อบขนมและคิดสูตรของว่างหลากหลายเมนูภายในร้าน ก็ใช้บ้านเป็นฐานที่มั่นลับในการทำขนม และลำเลียงนำมาวางขายที่หน้าร้านเช่นกัน ทั้งหมวยและแมนแอบแพลมว่าในอนาคตอันใกล้นี้สมานฉันท์เตรียมจะเปิดสาขาที่ 2 ซึ่งจะวางขายเมนูเค้กและขนมอบเป็นหลักด้วย



เมนูของว่างที่วางขายที่สมานฉันท์คาเฟ่สาขาแรกนี้ถูกคิดค้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของนักศึกษาเป็นหลัก โดยจะเน้นเมนูที่ค่อนข้างมีปริมาณมาก เพื่อให้สามารถแบ่งกันรับประทานได้หลายคน นอกจากนี้ทั้งเมนูเครื่องดื่มและของหวานในร้านก็มีราคาที่ไม่’แรง’จนเกินไป “เพราะเราเองก็ผ่านช่วงที่เป็นนักศึกษามา เราเองก็จะรู้ว่าราคาประมาณไหนที่มันแพงเกินไป หรืออยู่ในเกณฑ์ที่พอสู้ไหวสำหรับนักเรียน นักศึกษา” หมวยเว้นช่วงและเล่าให้เราฟังถึงช่วงแรกที่เริ่มเปิดร้านสมานฉันท์ใหม่ๆ “ช่วงเดือนแรกๆที่ทำร้านเป็นช่วงใกล้จะสอบไฟนอลพอดี ด้วยความที่ร้านอยู่ใกล้มหาวิทยาลัย และเป็นซอยที่หอพักนักศึกษาค่อนข้างเยอะ นักศึกษาของที่นี่จำนวนมากเลยที่มาใช้พื้นที่ร้านกาแฟในการนั่งอ่านหนังสือ และร้านเราเองก็เป็นหนึ่งในนั้น”

แล้วเป็นอย่างไรบ้าง เราถามต่อด้วยความสนใจ หมวยยิ้มกว้างและเล่าต่อ

“เราน่ะพึ่งเคยสัมผัสว่าเด็กมหาวิทยาลัยเขาอ่าหนังสือกันจริงจังมาก เพราะเราเรียนออกแบบ พอจะไฟนอลก็มีแค่งานที่เป็นโปรเจ็ค แต่ไม่ได้ต้องมาอ่านสอบท่องจำอะไรมากมาย แต่พอได้มาเห็นบรรยากาศการอ่านหนังสือของลูกค้าที่มานั่งในร้าน เราค่อนข้างตกใจเพราะน้องๆมานั่งต่อโต๊ะกันเยอะมาก เราก็แบบ เฮ้ย เขาอ่านกันขนาดนี้เลยเหรอ” หมวยเล่าให้ฟังว่าช่วงสอบ สมานฉันท์จะกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ซึ่งนักศึกษาใช้รวมตัวและปักหลักนั่งอ่านหนังสือกันอย่างจริงจังจนกระทั่งร้านปิดเสมือนเป็นบ้านหลังที่สอง นั่นส่งพลังบวกและแรงบันดาลใจให้เธอยิ่งอยากจะทำให้สมานฉันท์เป็นร้านที่ดีขึ้นเพื่อต้อนรับและดูแลผู้ที่มาใช้บริการ จนเราอดไม่ได้ที่จะถามกลับว่า แล้วถ้าหากลูกค้ามาซื้อน้ำแก้วเดียวแต่นั่งอยู่ในร้านยาวนานทั้งวันก็ไม่เป็นไรหรือ ยังไม่ทันจะถามจบหมวยก็ตอบเราทันที

“ความสุขของเรามันคือการได้ดูแลนักศึกษา ได้มีที่ให้เขาอ่านหนังสือ เวลาเราไปได้สูตรขนมหรือเจอเมนูใหม่ๆที่น่าสนใจ เราก็อยากเอามาให้เด็กๆได้ลองกัน มันมากเกินกว่าจะไปคิดเรื่องผลกำไรแล้ว” เธอขบคิดเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ “ที่จริง กำไรที่ได้มากกว่า คือการที่น้องสาวของเราโตขึ้น มีอะไรที่เป็นของตัวเองให้ลองหยิบจับดูแล พร้อมๆกันเราเองก็เหมือนค่อยๆเติบโตไปพร้อมๆกับนักศึกษาที่เป็นลูกค้าของเราด้วย” หมวยทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มจริงใจ โดยมี Passion แรงกล้าที่สะท้อนออกมาจากแววตาช่วยยืนยันคำพูดของเธอเป็นอย่างดี




แวะมาสัมผัสบรรยากาศอบอุ่นที่สมานฉันท์ได้ที่ซอยสมานอุทิศ หลังมหาวิทยาลัยขอนแก่น (ศรีบราวน์เก่า ตรงข้ามส้มตำรสไทย)
คาเฟ่เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 11:00-23:00 น. หรือเข้าไปกดไลค์เพจ สมานฉันท์ ได้ที่ https://www.facebook.com/samannachan.cafe/




ABOUT THE CONTRIBUTOR
นันท์นภัส มูลมิ่ง

POP CULTURE AND ENTERTAINMENT WRITER สาวผู้หมกมุ่นอยู่กับการสวมเสื้อผ้าสีสันตามตารางดวง ตัดสินใจเรียนรัฐศาสตร์เป็นปริญญาตรีใบที่สองด้วยความตั้งใจมุ่งมั่นว่าอยากใช้สื่อเป็น SOFT POWER เพื่อขับเคลื่อนสังคมในฐานะนักสื่อสารมวลชนที่ดี

FOLLOW PADTHAI