ROOM 063 By KARMS นิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของก้าม-ธรรมธัช สายทอง


รู้จักตนเองผ่านเด็กชายหลายตา พูดคุยกับ KARMS และผลงานนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของเขา ROOM 063 By KARMS ที่ River City Bangkok


หลังจากสถานการณ์ Covid-19 ระบาดระลอกแล้วระลอกเล่าจนทำให้บรรดาแกลเลอรี รวมถึงหอศิลป์หลาย ๆ แห่งเงียบเหงาไปถนัดตา แต่การมาเยือน River City Bangkok ในครั้งนี้ของ Padthai.co ก็ยังคงเป็นความรู้สึกสดใหม่ไม่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในวันนี้ที่เรากำลังจะมาชมงาน Trendy Gallery present ROOM 063 By KARMS นิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของ KARMS หรือ ก้าม ธรรมธัช สายทอง ศิลปินรุ่นใหม่ลายเซ็นชัดที่มาพร้อมคาแรคเตอร์จำอย่างปีศาจหลายตา

Advertisements

“จริงๆ เวลาแนะนำตัวกับคนอื่น จะบอกคนอื่นว่าเป็นศิลปินนะ แต่ส่วนมากแล้วสิ่งที่ทำมันออกไปทางการเป็นนักสื่อสารมากกว่า สื่อสารเรื่องผ่านภาพมากกว่าคำพูด ผมจบจากคณะมัณฑนศิลป์ ศิลปากร ทางด้านเพ้นท์ติ้งมา แล้วเป็นความบังเอิญที่รุ่นพี่ซึ่งรู้จักกับ Trendy เป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว แชร์งานวิทยานิพนธ์ของผมไป และทำให้ทาง Trendy เห็นและสนใจ เลยโดน Trendy เก็บมาเลี้ยงตั้งแต่นั้น” ก้ามเล่าติดตลก

“ผมชอบวาดรูปมาตั้งแต่มัธยม วาดไปแบบไม่ได้คิดเจาะจง ซึ่งภาพมันก็สะท้อนความเป็นเราออกมาแหละ แต่เราเพิ่งได้มาตั้งใจทำความรู้จักตัวเอง ตกผลึกตัวเอง ก็ช่วงมหาวิทยาลัย เริ่มแยกแยะออกมาว่า พฤติกรรมของมนุษย์มีอะไรบ้าง หรือเล่าเรื่องราวอะไร ทำไมจึงวาดแบบนั้น เหมือนได้ลองแยกปัจจัยในการดีไซน์คาแรคเตอร์ออกมาให้ชัดเจนมากขึ้น และค่อยๆ ใส่เรื่องราวต่างๆ เข้าไป ทำให้คาแรคเตอร์แต่ละตัวของเราจึงมีความสับสน ย้อนแย้งบางอย่างซ่อนอยู่”

ความหลงใหลในการวาดรูปและออกแบบคาแรคเตอร์ต่างๆ ของเขาชัดเจนขึ้นหลังจากได้ศึกษาเทคนิคและการวาดภาพตามหลักจากการเข้ามหาวิทยาลัย และเริ่มมีกลิ่นอายของความเป็นงานสตรีทอาร์ตเข้ามาผสมผสาน จากการได้เริ่มทำความรู้จักผลงานสตรีท และรับเอาแรงบันดาลใจจากศิลปินสตรีทไทยระดับแนวหน้าอย่าง พีเซเว่น (P7) พีระพงศ์ ลิ้มธรรมรงค์ รวมถึง ตั้ม มามาฟาก้า (MAMAFAKA) พฤษ์พล มุกดาสนิท มา

ก้ามฝึกฝนและพัฒนาวิธีคิด กระบวนการการออกแบบ และผสมผสานมันเข้ากับเทคนิคการลงสีซึ่งขับเน้นให้ตัวแบบที่อยู่ในภาพโดดเด่นขึ้นจากพื้นหลัง โดยการใส่เงา (แบบ Chiaroscuro) เพื่อสร้างค่าต่างแสง ซึ่งเป็นหนึ่งในเทคนิคสำคัญของศิลปะยุคบาโร้ก (Baroque) ที่ศิลปินดังแห่งศตวรรษที่ 17 อย่าง คาราวัจโจ (Caravaggio) มักจะใช้ในชิ้นงาน

และยังแฝงไปด้วยกลิ่นอายความเป็น Pop Surrealism ที่ดูกึ่งจริงกึ่งลวง มีสีสันที่สดใส แต่ในขณะเดียวกันก็มีสัดส่วนที่แปลกตา เช่นเดียวกับผลงานของ มาร์ก ไรเดน (Mark Ryden) จิตรกรอเมริกันคนโปรดของเขา งานคาแรคเตอร์ดีไซน์ของก้ามจึงมีความเฉพาะตัว เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ และมีเอกลักษณ์ที่ทำให้ผู้คนจดจำได้ในแรกเห็น รวมทั้งคาแรคเตอร์เด็กผู้ชายหลายตา ซึ่งเป็นคาแรคเตอร์จำของเขาด้วย

“เด็กผู้ชายหลายตา เป็นคาแรคเตอร์ตัวเดียวที่ไม่มีชื่อ เหมือนเรานิยามความเป็นเขาไม่ถูกและการที่มันไม่มีชื่อก็ดูสับสนและดูเข้ากับตัวมันดีนะ (หัวเราะ) ก็เลยไม่ตั้งชื่อดีกว่า” ก้านเล่าให้ฟังถึงงานคาแรคเตอร์ดีไซน์ที่มักจะบอกเล่าเรื่องราวผ่านดวงตาและแววตา พร้อมเผยว่าเขาค่อนข้างเปิดรับและสนใจการตีความงานของเขาในหลาย ๆ รูปแบบ แต่ตัวเขาเองก็มีนิยามในใจของชิ้นงานอยู่เช่นกัน

ROOM 063 By KARMS

“ผมค่อนข้างเปิดกว้างให้คนตีความงานของผมนะ ว่าเขาจะให้ความหมายมันว่าอะไร แต่สำหรับตัวผมเอง เด็กหลายตาคือการมองภาพกว้าง มองเรื่องราวในหลาย ๆ มุมมอง เพื่อเอาหลายมุมมองนั้นมาเชื่อมโยงกัน อย่างเวลาที่เรามองดูภาพๆ หนึ่ง ถ้าเรามองแค่มุมเดียวเราอาจจะสามารถบอกได้ว่ามันคือรูปร่าง (Shape) อะไร แต่ไม่สามารถรู้ได้หรอกว่าจริงๆ แล้วมันคือรูปทรง (Form) อะไร ก็เหมือนเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตเรานั่นแหละ มันมีองค์ประกอบหลายอย่างที่เราต้องมองเห็นหรือพิจารณาก่อนจะตัดสินอะไร”

Trendy Gallery เล่าว่าผลงานของก้าม มักสะท้อนการสังเกตพฤติกรรมของมนุษย์ เช่น การสื่อสารที่ไม่ตรงกันซึ่งบางครั้งทำให้เกิดการเข้าใจผิด การนินทา ความอยากรู้อยากเห็น ความเป็นจริงในสังคม เรื่องราวที่พบเจอในชีวิตประจำวัน ที่ก้ามได้มองสังคม แล้วตกผลึก ตีความออกมาในรูปแบบเฉพาะของตนเองอย่างตรงไปตรงมา ทำให้งานของเขาเต็มไปด้วยรายละเอียดปลีกย่อยมากมาย ที่ทำให้ผู้ชมงานรู้สึกแตกต่างในทุกครั้งที่ได้ชม

“มีคนที่เคยซื้องานไป เคยมาบอกว่า ผมมองงานของคุณแล้วผมเจออะไรใหม่ ๆ มีทัศนะใหม่ๆ เกี่ยวกับโลกนี้ตลอดเวลาเลย ซึ่งจริงๆ แล้ว รูปมันก็ยังคงเดิมนั่นแหละ แต่เป็นความคิดของคนเราต่างหากที่เปลี่ยน ทำให้ความเป็นรูปนี้มันมีชีวิตและไม่หยุดนิ่ง” ก้ามเล่าและพูดถึงชิ้นงานบางชิ้นที่จัดแสดงในนิทรรศการครั้งนี้ให้เราฟัง

“อย่างภาพนี้ที่เป็นโปสเตอร์ของงาน มันเหมือนสภาวะสุดท้ายก่อนที่เราจะตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง แต่เราไม่รู้จะทำอย่างไรดี เหมือนเป็นเสี้ยววินาทีหนึ่งที่เราอยู่ตรงทางแยกแต่ทางที่เราจะไป แล้วมีไม้กั้นมาขวางปิดทางไว้ มันเลยเป็นช่วงเวลาที่เราต้องตัดสินใจแล้วว่าจะต้องเลี้ยว หรือจะขับชนไม้ที่กั้นอยู่ไปเลย ความลักลั่นชั่ววินาทีนั้นแหละ ที่ถูกหยุดเอาไว้ และเอามาจำลองลงในชิ้นงาน” ก้ามอธิบายว่าตัวละครแต่ละตัวที่เขาออกแบบ บอกเล่าภาวะ