Zenith​ Defy Zero-G and Defy Double Tourbillon in transparent sapphire


พลิกโฉมและยกระดับนาฬิกาสลับซับซ้อนสู่ความทันสมัยใหม่ ของนาฬิกาตัวเรือนแซฟไฟร์สองรุ่นจาก Zenith


Zenith​ Defy Zero-G and Defy Double Tourbillon in transparent sapphire เป็นทั้งยอดนักประดิษฐ์นาฬิกาและนักนวัตกรรมเครื่องบอกเวลาโดยแท้ สำหรับแบรนด์ Zenith (เซนิธ) ที่ล่าสุดได้ปล่อยสองผลงานรุ่นเด็ดออกมาเอาใจทั้งคนรักเรือนเวลาจักรกลสลับซับซ้อนสูง และผู้ที่หลงใหลในสไตล์อันล้ำสมัยของนาฬิกายุคปัจจุบัน ที่ครั้งนี้เป็นการตีความผ่านทั้งคุณลักษณะเด่นระหว่างความซับซ้อนและการสร้างสรรค์ภายใต้ตัวเรือนแซฟไฟร์โปร่งใสอีกด้วย 

โดยนาฬิกาสองรุ่นใหม่นี้เปิดตัวพร้อมกัน ด้วยคอนเซปต์เดียวกัน แต่มีจุดเด่นและความซับซ้อนต่างกัน ทั้งใน DEFY Zero-G Sapphire และ DEFY 21 Double Tourbillon Sapphire ที่ทั้งคู่ผ่านการพลิกโฉมขึ้นใหม่โดยทีมพัฒนาของ Zenith ทั้งในแง่ของโครงสร้างกลไกและตัวเรือน ไปจนถึงเทคนิคการตกแต่งที่เจ้าของเรือนเวลาทั้งสองรุ่นจะสามารถชื่นชมความพิเศษนี้ได้ผ่านตัวเรือนโปร่งใสทำจากแซฟไฟร์ รวมถึงการตกแต่งด้วยสารเรืองแสงในรายละเอียดการแสดงเวลาต่างๆ โดยยังคงได้แรงบันดาลใจหลักมาจากท้องฟ้าและความสวยงามน่าอัศจรรย์ของวัตถุทางท้องฟ้ามากมาย ที่เป็นแรงบันดาลใจหลักให้กับโรงงานการผลิตนามว่า Zenith เสมอ 

นอกจากนี้ ยังเป็นการหยิบเอากลไกและนาฬิกาที่เป็นหัวใจหลักอันโด่งดังและล้ำสมัยของแบรนด์มาพลิกโฉมใหม่ ซึ่งเพียงชื่อของคอลเลกชัน DEFY นี้ก็เรียกได้ว่าสามารถดึงดูดความสนใจของผู้ที่ติดตามผลงานของ Zenith ได้ไม่น้อยแล้ว ยิ่งผนวกเข้ากับความโดดเด่นของของตัวเรือนซึ่งทำจากแซฟไฟร์โปร่งใสด้วย ก็ต้องบอกเลยว่าเป็นผลงานคู่ที่สะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างประเพณี นวัตกรรม และการสร้างสรรค์แห่งอนาคตในแบบฉบับของ Zenith ได้อย่างลงตัว 

Advertisements
DEFY Zero-G Sapphire ในตัวเรือนแซฟไฟร์ และหน้าปัดสเกเลตัน เผยให้เห็นชิ้นส่วนและการตกแต่งอันประณีตของกลไกไขลานด้วยมือ El Primero 8812 S

อย่างแรกคือจุดเด่นบนชิ้นส่วนกลไก ที่ในนาฬิกาสองรุ่นนี้ติดตั้งด้วยกลไกซึ่งผ่านการตกแต่งด้วยกระบวนการเคลือบ PVD สีน้ำเงิน พร้อมทั้งข้อความ เช่นกันกับองค์ประกอบการตกแต่งอื่นๆ เช่น ดาวดวงเล็กๆ ที่ล้วนเป็นการแกะสลักอย่างพิถีพิถันลงบนสะพานจักร พร้อมด้วยการขัดขอบเงา ก่อนจะตกแต่งอย่างแม่นยำโดยการเคลือบ PVD สีโรเดียมที่ให้ภาพซึ่งตัดกันอย่างโดดเด่น และเป็นเทคนิคที่พัฒนาขึ้นเฉพาะ เพื่อมอบมิติของภาพกลไกอันซับซ้อนที่มองเห็นได้นี้ให้ยิ่งน่าสนใจมากขึ้น นอกจากนี้การเลือกใช้สีน้ำเงินและสีเงินโรเดียมยังสะท้อนถึงการออกแบบและสร้างสรรค์แห่งอนาคตได้ดีเช่นกัน ขณะที่กลไกทั้งชุดได้ถูกล้อมกรอบไว้ด้วยตัวเรือนซึ่งทำจากแซฟไฟร์โปร่งใสทั้งเรือน ก็ยิ่งทำให้กลไกทั้งชุดนี้เล่นกับแสงได้จากทุกมุมมองอีกด้วย

ฝาหลังของ DEFY Zero-G Sapphire เปิดโชว์ความงดงามไม่แพ้ด้านหน้าปัดของกลไกไขลานด้วยมือ El Primero 8812 S

โดยในรุ่น DEFY Zero-G Sapphire นั้นมาพร้อมแนวคิดของการสร้างสรรค์เรือนเวลาอันเที่ยงตรงที่เอาชนะอิทธิพลของแรงโน้มถ่วงได้ อันเป็นเป้าหมายสูงสุดของช่างนาฬิกาอย่าง Zenith เสมอ โดยนวัตกรรมที่ DEFY Zero-G ใช้นั้นคือการติดตั้งด้วยจักรกล “Gravity Control” ที่ประกอบด้วยอุปกรณ์ควบคุมหรือ regulating organ ซึ่งติดตั้งเข้ากับกิมบอล (gimbal) โดยได้ต้นแบบมาจากนาฬิกามารีน โครโนมิเตอร์ (marine chronometers) รุ่นตำนานต่างๆ ทำให้สามารถรักษาตำแหน่งในแนวราบของอุปกรณ์นี้ไว้เสมอ ไม่ว่านาฬิกาจะอยู่ในตำแหน่งหรือหมุนไปในทิศทางใด จึงไม่ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของแรงโน้มถ่วง และในรุ่นใหม่นี้ Zenith ยังได้ออกแบบกลไกทั้งชุดขึ้นมาใหม่ด้วยโครงสร้างสถาปัตยกรรมที่ช่วยให้เปิดพื้นที่และแสดงองค์ประกอบของกลไกได้มากขึ้น หรือเรียกได้ว่าสามารถมองเห็นความสวยงามซับซ้อนของกลไกได้จากทุกมุมและทุกทิศทาง ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการติดตั้งไว้ในตัวเรือนแซฟไฟร์ของรุ่นใหม่นี้ และยังนับเป็นครั้งแรกสำหรับโรงงานการผลิตแห่งนี้อีกด้วย 

Zenith​ Defy Zero-G and Defy Double Tourbillon
กลไกไขลานด้วยมือ El Primero 8812 S พร้อมด้วยโมดูลหมุน “Gravity Control” ผ่านการตกแต่งอย่างประณีตงดงาม

ขณะที่รูปแบบการแสดงเวลาของ DEFY Zero-G Sapphire ประกอบด้วยหน้าปัดแบบเยื้องศูนย์หรือ off-centred dial ที่ให้ภาพลักษณ์ของความร่วมสมัย ขณะเดียวกันก็ล้ำสมัยโดยการเปิดพื้นที่ให้ได้เห็นกลไกการทำงานภายใน อย่าง El Primero 8812 S ซึ่งเป็นกลไกจักรกลไขลานด้วยมือความถี่สูง 5 เฮิรตซ์ หรือ 36,000 ครั้งต่อชั่วโมงได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นหน้าปัดทำรังสรรค์ขึ้นด้วยมือแบบโมเสกจากอุกกาบาต แก้วอะเวนจูรีน และงานลงยาแบบกรองด์ เฟอ (grand feu enamel) บนฐานรูปโลก รวมถึงองค์ประกอบซึ่งเป็นตัวแทนของดาวอังคาร (Mars) สีแดงส้มบนหน้าปัดวินาทีเล็ก และอุปราคาบางส่วนบนหน้าปัดแสดงชั่วโมงและนาที เช่นกันกับการมองเห็นโมดูลหมุน “Gravity Control” ที่ตกแต่งพื้นผิวคล้ายกับดวงจันทร์ ส่วนแท่นเครื่องและสะพานจักรของกลไกยังตกแต่งด้วยโทนสีน้ำเงินที่ตัดกับขอบขัดเงาชุบโรเดียมสีเงิน รวมถึงประกายระยิบระยับของดวงดาวสีขาวในหลากหลายขนาด กลายเป็นภาพความสวยงามของท้องฟ้าที่เป็นต้นกำเนิดของแรงบันดาลใจในหลากหลายผลงานของ Zenith ส่วนด้านข้างของตัวเรือนขนาด 46.0 มิลลิเมตรนี้ยังโปร่งใสทำให้เห็นกระบอกบรรจุกลไกซึ่งผ่านการตกแต่งอย่างประณีตเช่นกัน 

Zenith​ Defy Zero-G and Defy Double Tourbillon
EFY 21 Double Tourbillon Sapphire กับตัวเรือนแซฟไฟร์โปร่งใสบรรจุด้วยตูร์บิญองอิสระสองตัวและหมุนเร็วที่สุดใน 5 วินาทีสำหรับตูร์บิญองของจักรกลโครโนกราฟ 

อีกหนึ่งผลงานที่นำมาตีความใหม่ผ่านความโปร่งใสของตัวเรือนแซฟไฟร์คือรุ่น DEFY 21 Double Tourbillon Sapphire ในตัวเรือนขนาด 46.0 มิลลิเมตร พร้อมด้วยคุณสมบัติอันโดดเด่นสำคัญของการเป็นนาฬิกาโครโนกราฟตูร์บิญอง (Tourbillon) หมุนเร็วที่สุด ซึ่งติดตั้งด้วยตูร์บิญองอิสระสองตัว ซึ่งหมุนรอบใน 60 วินาทีสำหรับตูร์บิญองของจักรกลแสดงเวลา และหมุนรอบใน 5 วินาทีสำหรับตูร์บิญองของจักรกลโครโนกราฟ พร้อมทั้งการตีความด้านความสวยงามที่ยังคงได้แรงบันดาลใจมาจากความงดงามและความสุกสกาวของมวลหมู่ดาวบนท้องฟ้า รวมถึงความก้าวล้ำของเทคโนโลยีแห่งการสำรวจอวกาศ ซึ่งรุ่นนี้จับคู่มากับสายยางสีดำตกแต่งด้วยลายผ้าสีน้ำเงินและเย็บตะเข็บสีเทา พร้อมตัวพับล็อกสายแบบสองทบทำจากไทเทเนียม 

Zenith​ Defy Zero-G and Defy Double Tourbillon
ฝาหลังของ DEFY 21 Double Tourbillon Sapphire เปิดโชว์ให้เห็นการทำงานของกลไกจักรกลไขลานอัตโนมัติ El Primero 9020

เช่นกันที่นาฬิกาแซฟไฟร์ใหม่รุ่นนี้ยังสามารถมองเห็นหัวใจการทำงานของกลไกจักรกลไขลานอัตโนมัติ El Primero 9020 ความถี่สูง 5 เฮิรตซ์อันซับซ้อน ผ่านทุกๆ ด้านของตัวเรือนแซฟไฟร์โปร่งใส โดยประกอบด้วยแท่นเครื่องของกลไกที่ผ่านการตกแต่งอย่างโดดเด่นด้วยการเคลือบ PVD สีน้ำเงิน และนับเป็นครั้งแรกสำหรับ Zenith เช่นกัน ที่สะพานจักรบางส่วนบนด้านหน้าปัดแบบสเกเลตันนี้ยังผ่านการแกะสลักด้วยรูปดวงดาวเล็กๆ ที่มอบภาพเสมือนกาแลกซีของบรรดาชิ้นส่วนกลไกที่เคลื่อนไหวและโคจรได้ไม่มีสิ้นสุด พร้อมทั้งระดับสูงสุดของการจับเวลาได้แม่นยำ 1/100th ของวินาทีที่แสดงผ่านเข็มด้วยความเร็วอันน่าทึ่งอีกด้วย  

Zenith​ Defy Zero-G and Defy Double Tourbillon
กลไกจักรกลไขลานอัตโนมัติ El Primero 9020 ความถี่สูง 5 เฮิรตซ์ ถ่ายทอดความเที่ยงตรงแม่นยำ รวมถึงการตกแต่งอย่างสวยงามพิถีพิถัน

นาฬิกาแซฟไฟร์โปร่งใสสองรุ่นอันล้ำสมัยระหว่าง DEFY Zero-G Sapphire และ DEFY 21 Double Tourbillon Sapphire นี้จะผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียงรุ่นละ 10 เรือนเท่านั้น 


CREDITS:
PHOTOS: COURTESY OF ZENITH
MUSIC: Woho, I Thought It Be Me & You (ft. Lily Hain) by Leonell Cassio
https://soundcloud.com/leonellcassio
Creative Commons — Attribution-ShareAlike 3.0 Unported — CC BY-SA 3.0
Free Download / Stream: https://bit.ly/woho-leonell-cassio
Music promoted by Audio Library https://youtu.be/SGyFvojx2PU

VIDEO: Perayut Limpanastitphon
GRAPHIC DESIGNER: Vanicha Limpanastitphon


สามารถติดตามคอนเทนต์ นาฬิกา อื่นๆ ที่น่าสนใจได้ ที่นี่

Advertisements

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on linkedin
LinkedIn
On Key

Related Posts

ALL THAT GLITTERS

Post Views: 27 ให้ผิวสวยเปล่งประกายแบบทบเท่าทวีคูณไปกับเมคอัพแวววาวหลากหลายเนื้อสัมผัส ที่มีให้เลือกทั้งเนื้อชิมเมอร์ กลิตเตอร์ และพิกเมนต์ พร้อมเทคนิ…

ONE FOR THE ROAD – วันสุดท้าย..ก่อนบายเธอ ภาพยนตร์เรื่องใหม่จาก บาส พูนพิริยะ

โปสเตอร์ชุดแรกจาก ONE FOR THE ROAD วันสุดท้าย ก่อนบายเธอ ภาพยนตร์เรื่องใหม่จาก บาส พูนพิริยะ ภายใต้การอำนวยการสร้างโดย หว่องกาไว

Carl F. Bucherer introduces the Manero Peripheral BigDate_thumbnail

Five Luxury Watch Trends 2022

Post Views: 46 เข้าสู่ฤดูกาลใหม่กับเทรนด์ใหม่ของนาฬิกาที่น่าติดตามในปีค.ศ. 2022 นี้ และนี่คือ 5 เทรนด์นาฬิกาที่เราไม่อยากให้คุณพลาดมีไว้ครอบครองบ…

Carl F. Bucherer introduces the Manero Peripheral BigDate_thumbnail

Carl F. Bucherer Manero Peripheral BigDate

Post Views: 36 ตีความและสาธิตความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีโรเตอร์แบบรอบนอกหรือ peripheral rotor ของแบรนด์อีกครั้ง ด้วยนาฬิการุ่นล่าสุด Manero Periph…

Your Tarot Weekly

Post Views: 46 คำพยากรณ์รายสัปดาห์ระหว่างวันอาทิตย์ที่​ 16 มกราคม​-วันเสาร์ที่​ 22 มกราคม พ.ศ.2565 โดย​ มาดามราเชล วันอาทิตย์ อุปนิสัย​ : ดวงชะตามักมี…